ถ้า “ระบบ” ไม่ช่วย ต่อให้เรารักษ์โลกแค่ไหนก็อาจแพ้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง

pay as you throw

“เริ่มที่ตัวเราสิ” พอจริง หรือ เป็นเพียงการผลักภาระให้กับผู้บริโภค ทำไมการลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) หรือเติม (Refill) มันถึงทำได้ยากจังในบ้านเรา

วันนี้เพจขอสรุปอินไซต์เฉียบๆ จากวงเสวนา “ลดพลาสติก: เริ่มที่เราหรือเริ่มที่ระบบ?” จาก 3 ตัวจริงในวงการ (EcoCrew, Delifill, MTEC) ที่ยืนยันว่า ปัญหานี้แก้ไม่ได้ด้วยการขอความร่วมมือบังคับให้ผู้บริโภคพยายามลดขยะอยู่ฝ่ายเดียว แต่เราต้องยกเครื่องรื้อ “ระบบ” ใหม่ทั้งหมด! 👇

reuse plastic talk 03

📦 1. มีแค่ “แก้วรียูส” ไม่พอ ต้องมี “ระบบ” รองรับ (EcoCrew)

คุณณัฐธ์พล อรินทร์คล้าย ผู้ร่วมก่อตั้ง EcoCrew Thailand ชี้ให้เห็นว่าโมเดลยืม-คืน ใครๆ ก็ทำได้ แต่จะทำให้เกิดสเกลใหญ่ได้จริงต้องมี “ระบบ” เข้ามาจัดการ! EcoCrew ไม่ได้แจกแค่แก้ว แต่สร้างระบบติดตามนับรอบใช้งาน เครื่องรับคืนอัตโนมัติ และมาตรฐานการล้าง

* ผลลัพธ์ชัดเจน: งาน BKK Expo พิสูจน์แล้วว่า ถ้าระบบดี คนก็พร้อมใช้ สามารถลดขยะไปได้กว่า 20,000 ชิ้นภายใน 4 วัน!

reuse plastic talk 04

🧴 2. คนพร้อมเปลี่ยน แต่ระบบต้อง “ง่ายพอ” (Delifill)

คุณคุณานนท์ คงสมเวช ผู้ร่วมก่อตั้ง Delifill เล่าประสบการณ์ทำธุรกิจ Refill ว่า ปัญหาพลาสติกไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือพฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์! ตอนทำระบบให้คนหอบขวดมาเติมเอง (B2C) พบว่าไปได้ยากเพราะภาระตกที่ผู้บริโภคเยอะไป จึงปรับมาลุยกลุ่มธุรกิจ (B2B) แทน เพื่อเสิร์ฟความรักษ์โลกให้ถึงที่

reuse plastic talk 05

📊 3. วิทยาศาสตร์บอกว่า “รียูสดีกว่า” แต่กติกาตลาดไม่แฟร์! (MTEC)

ดร.ชุติมา แซ่เฮง นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) กางงานวิจัยยืนยันว่า ระบบใช้ซ้ำชนะพลาสติกใช้ทิ้งขาดลอย! (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 60–70%) แต่เหตุผลที่มันยังไม่เกิด เพราะกติกาตลาดตอนนี้ไม่ยุติธรรม

.

🔎 สถานการณ์ Reuse ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย:

1. กลุ่มน้ำดื่มและเครื่องดื่ม: แม้เราจะมีระบบถังน้ำ 20 ลิตร (Returnable) ที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันเทรนด์กลับถอยหลัง แบรนด์หันมาใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมากขึ้นเรื่อยๆ

2. กลุ่ม Personal Care & Home Care: โมเดล Refill Store ในไทยยังเติบโตในวงจำกัด เพราะถูกผลักดันด้วย “ความต้องการของผู้บริโภค” เป็นหลัก แต่ขาด “ระบบและนโยบาย” ที่เข้ามาเอื้อให้เกิดความสะดวก

3. กลุ่มงานอีเวนต์: เป็น Sector ใหม่ที่น่าจับตา (เช่น Case Study ของ EcoCrew) ซึ่งเป็นการนำระบบภาชนะหมุนเวียนกลับมาใช้อย่างเป็นระบบอีกครั้ง

.

จากการศึกษา LCA (การประเมินวัฏจักรชีวิต) ยังพบอีกว่า Reuse ชนะขาดลอย! เมื่อเทียบระบบ Reuse กับ Single-use ทั้ง

✅ ลดโลกร้อน: ลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 60-70%

✅ ประหยัดทรัพยากร: ลดการใช้พลังงานฟอสซิลได้ 60-75%

แต่ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจเรายังเป็นแบบเส้นตรง (Linear) ที่เอื้อให้ของใช้ครั้งเดียวทิ้งมีราคาถูก เนื่องจาก “ไม่ได้รวมต้นทุนการจัดการขยะเข้าไปจริง” แต่ผลักภาระให้สังคมแบกรับแทน ในขณะที่ผู้ประกอบการที่ทำระบบ Reuse ต้องแบกรับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทั้งระบบล้างและโลจิสติกส์เองทั้งหมด 100%

.

📢 ข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลง: หากเราต้องการป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างจริงจัง เราจะหวังแค่การเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคลไม่ได้ แต่ต้องเปลี่ยนที่ “ระบบ”:

1. นโยบายรัฐที่ชัดเจน: เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างระบบ Reuse และ Single-use

2. โครงสร้างพื้นฐานกลาง: เช่น ระบบโลจิสติกส์หรือมาตรฐานการล้างที่ใช้ร่วมกันได้เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ

3. พ.ร.บ. CE: เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ดึงความรับผิดชอบกลับไปที่ผู้ผลิต (EPR) และสนับสนุนโมเดลธุรกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริง

.

💡 ถึงเวลาปลดล็อกด้วยกติกาใหม่! วงเสวนานี้สรุปตรงกันว่า “ผู้บริโภคพร้อมแล้ว” แต่เราขาดโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายรัฐที่สนับสนุน

.

นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราต้องผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน เพราะกฎหมายนี้จะเข้ามาสร้างกติกาใหม่

.

#EcoCrew#Delifill#MTEC#Reuse#Refill#พรบCE#CircularEconomy#เศรษฐกิจหมุนเวียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *